การเงินเพื่อชีวิต

ประโยชน์ของการ วางแผนทางการเงิน ส่วนบุคคล

ไม่ว่าจะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองหรือถดถอยการ วางแผนทางการเงิน ส่วนบุคคลก็เป็นเรื่องที่สำคัญเท่ากัน ไม่ว่าจะมีเงินระดับหมื่นบาทหรือร้อยล้านบาทก็ต้องอาศัยการวางแผนการจัดการที่ดีเท่านั้นจึงจะทำให้บุคคลมีความมั่งคั่งและยังรับประกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเงินออม น้อยคนนักที่จะได้รับการเรียนการสอนเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล เมื่อเรียนจบมาทำงานมีรายได้แล้ว กลับไม่สามารถจัดการด้านการเงินของตนเองได้ดีนัก จึงเป็นเรื่องที่คนเราควรแสวงหาความรู้ด้านนี้ให้มากขึ้นและมองเห็นความสำคัญของการวางแผนการเงิน เพราะบุคคลคือหน่วยย่อยที่สุดในระบบการหมุนเวียนของกระแสเงินสดทั้งระบบหากทุกคนมีการจัดการด้านการเงินที่ดี ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดำเนินไปได้ดีเช่นเดียวกัน ในบทความนี้จะได้อธิบายถึงประโยชน์สำคัญของการวางแผนทางการเงิน

การวางแผนทางการเงิน ทำให้รู้ถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริง คนเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตนเองมีสถานะการเงินอย่างไร หากไม่แจกแจงออกมา หลายคนกลัวเสียด้วยซ้ำเพราะไม่อยากรู้สถานะทางการเงินที่แท้จริงของตนเองทำให้การจัดการวางแผนการเงินยิ่งยุ่งยากและเป็นไปไม่ได้ หากใครที่ต้องการวางแผนการเงิน การรู้สถานะทั้งหมดจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับแรกว่าคุณมีเงินสด หนี้ ทรัพย์สินและรายรับอยู่เป็นจำนวนเท่าใด คุณสามารถใช้โปรแกรมคำนวณในการช่วยบันทึกข้อมูลเหล่านี้โดยแยกรายการหรือแยกหน้าตามที่ต้องการ ตั้งแต่การบันทึกค่าใช้จ่ายประจำวันและสรุปเป็นรายเดือนเพื่อเปรียบเทียบระหว่างเดือน คุณมีรายรับจากด้านใดบ้างในแต่ละช่วงเวลาของปี เช่น เงินเดือน ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผลจากหุ้น และคุณมีรายจ่ายอะไรบ้างนอกจากรายจ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าประกันชีวิต ค่าประกันรถยนต์ ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าผ่อนส่งบ้านหรือรถยนต์ จำนวนเงินที่นำส่งเข้ากองทุนรวมต่าง ๆ เช่น RMF และเงินออมกองต่าง ๆ เมื่อทำรายละเอียดลงตารางไว้แล้วก็ง่ายต่อการบวกลบและคำนวณตัวเลขเพื่อจะได้รู้ว่าในแต่ละเดือนของคุณนั้นเมื่อหักลบรายได้ รายจ่ายแล้วมีเงินเหลือหรือขาดเงินอยู่เท่าใด ตารางนี้จะใช้เป็นแม่แบบเพื่อการจัดการด้านการเงินต่าง ๆ และมีประโยชน์เพื่อการตรวจสอบและเห็นแนวโน้มของสถานะทางการเงินของคุณ  ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครรู้รายละเอียดโดยคุณสามารถเก็บเป็นความลับได้ด้วยการตั้งรหัสเข้าไฟล์หรือใช้บริการเอกสารออนไลน์ของทั้ง Google หรือ Bing

การวางแผนทางการเงิน ช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

จากการทำตารางเพื่อบันทึกรายการค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ถ้าคุณบันทึกได้ดีและลงรายละเอียดว่ามีการใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ไปอย่างไรบ้างในแต่ละวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าดูหนัง ฟังเพลง อาหารนอกบ้าน มื้อพิเศษ ขนม ช้อปปิ้งเสื้อผ้าสินค้าอื่น ๆ อย่างไร สิ่งเหล่านี้คุณจะจำไม่ได้เลยถ้าไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ หากใช้บัตรเครดิตก็จะไม่สามารถครอบคลุมและเห็นเพียง Statement รายเดือนเท่านั้น หลายรายการจะไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ เช่น คุณซื้อน้ำดื่มในร้านสะดวกซื้อ ที่แนะนำให้บันทึกอย่างละเอียดเพราะว่าอาจจะมีบางรายการที่คุณเผลอใช้เงินเป็นนิสัยและใช้มากกว่าปกติและเกินงบประมาณ เช่น การทานอาหารนอกบ้าน หรือการช้อปปิ้งสินค้าที่มีราคาแพง เพราะหลายครั้งคนเราแม้จะทราบว่ามีเงินจำกัดในแต่ละเดือนแต่เมื่อเห็นสินค้าลดราคาแล้วอดใจไม่ไหวจึงซื้อเพลินเกินงบก็มี การจดบันทึกจะเป็นเหมือนมิเตอร์ที่เตือนให้คุณรู้ว่าค่าใช้จ่ายในหมวดใดหรือรายการใดที่คุณใช้เงินเกินจำเป็นแล้ว ส่วนจะลดรายการใช้จ่ายอย่างไรก็อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละบุคคล ตารางข้อมูลเป็นเพียงตัวช่วยในการบ่งบอกเท่านั้น การจดบันทึกค่าสาธารณูปโภคก็มีประโยชน์เช่นกัน เช่น เห็นค่าไฟฟ้าหรือค่าน้ำขึ้นสูงผิดปกติจากค่าเฉลี่ย ก็ต้องมองหาจุดที่มีไฟฟ้ารั่วหรือน้ำประปารั่ว หรือปรับลดพฤติกรรมการใช้กระแสไฟฟ้าลง

การ วางแผนทางการเงิน ส่วนบุคคล ทำให้มีรายได้เพิ่มจากการออมและวางแผนภาษี การทราบที่มาที่ไปว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างไร ทำให้บุคคลสามารถจัดการเรื่องการออมได้อย่างถูกต้อง ถ้ามีเงินเดือนในบริษัทที่มั่นคงและดำเนินชีวิตตามปกติก็ค่อนข้างจะคำนวณได้แม่นยำว่าต้องการเก็บออมเงินเป็นจำนวนเท่าใด และจะออมอย่างไร ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เลือกหลายอย่าง เช่นเงินฝากประจำ เงินฝากออมทรัพย์ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจด้านต่าง ๆ  หรือเป็นการซื้อกองทุนรวมที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนกี่เปอร์เซนต์ต่อปี คุณจะมองเห็นภาพรวมของรายได้และการจ่ายภาษี เพื่อที่จะได้แบ่งสรรปันส่วนเงินไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้ เช่น บริจาคเพื่อการกุศล การซื้อประกันชีวิตหรือการซื้อกองทุนรวม หรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้เป็นส่วนลดหย่อนค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษีได้

การวางแผนทางการเงินทำให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตในอนาคต

เพราะคนเราไม่ได้มีสถานะอยู่เหมือนเดิมตลอดไป  ตามอายุที่เพิ่มขึ้น คุณก็จะต้องเกษียณในอนาคต และหลังจากเกษียณแล้วคุณจะหารายได้อย่างไรต่อไป จะมีแหล่งรายได้อะไรบ้างที่มาค้ำจุนในวันที่ไม่ได้ทำงานตามปกติแล้ว หรือคุณกำลังวางแผนที่จะมีครอบครัว แต่งงานและมีบุตรก็จะมีเรื่องการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกทั้งค่าเลี้ยงดูและการศึกษาค่าเล่าเรียนต่าง ๆ การวางแผนทางการเงินจะทำให้รู้ว่าคุณมีเงินเหลือพอที่จะหาความสุขในชีวิต เช่น ไปท่องเที่ยวได้อย่างไร มีงบที่จะไปเรียนต่อได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้โดยการวางแผนทางการเงินเพื่อให้คุณจัดการเงินรายได้และรายจ่ายอย่างเหมาะสมโดยยังคงมีความมั่นคงทางการเงินรองรับ

เมื่อเห็นประโยชน์ที่สำคัญของการ วางแผนทางการเงิน ส่วนบุคคลแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะต้องหันกลับมาตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องวางแผนทางการเงินอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและรู้ว่าต้องหารายได้เพิ่มอย่างไรบ้างจึงจะเพียงพอต่อรายจ่ายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจุบันก็มีหนังสือและวิดีโอความรู้มากมายเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ยิ่งเราใส่ใจด้านการวางแผนการเงินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสร่ำรวยมากขึ้นเท่านั้น โดยการกำหนดเป้าหมายและบันทึกรายการทรัพย์สินในแต่ละเดือนและแต่ละปี จะทำให้รู้ถึงศักยภาพของตนเองว่ามีมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างไร ตลอดจนแสวงหาการลงทุนที่เป็นการเพิ่มแหล่งรายได้และทรัพย์สินที่จะช่วยเสริมสร้างความอุ่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิตเพื่อความสุขของตนเองและครอบครัวต่อไปในอนาคต

“วางแผนการเงิน…แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน”

 การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่ทุกคนล้วนแล้วต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรื่องของอนาคตนั้นเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา เช่น การเจ็บป่วย การถูกปลดออกจากงาน ดังนั้น การวางแผนเรื่องของการเงินจึงเป็นส่วนที่จะช่วยให้เราสามารถผ่านช่วงเวลาความอยากลำบากไปได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจะต้องมีการวางแผนด้านการเงินที่รอบคอบมากเป็นสองเท่า เพราะสำหรับคนที่มีครอบครัวแล้วเราไม่ได้ใช้ชีวิตเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีครอบครัว คู่ชีวิต และลูกซึ่งเป็นที่รักของเรา  ซึ่งทำให้ค่าใช่จ่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ในกรณีนี้หากไม่ระมัดระวังหรือไม่มีการวางแผนการเงินแล้ว อาจจะเสี่ยงต่อสภาพคล่องทางการเงินในอนาคตได้ จากที่ได้เกริ่นมาข้างต้นนี้ วันนี้ผมมี เทคนิควางแผนการเงินเพื่อชีวิตครอบครัวที่มีความสุข มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านครับ

สำหรับเทคนิควางแผนการเงินเทคนิคแรก คือเป้าหมาย ทุกสิ่งที่เราทำนั้นต้องมีเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เราหลุดออกไปจากเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้เช่นเดียวกันกับการวางแผนทางการเงิน เป้าหมายของเราควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออมเงินก่อนวัยเกษียณ หรือการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่เพิ่มมูลค่าให้กับเงินออมของคุณ ผลที่จะได้รับจากเป้าหมายที่เราทำนั้นก็เพื่อครอบครัวและลูกได้มีความมั่นคงทางการเงิน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับคุณ แต่ทั้งนี้เป้าหมายของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่วิธีการไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้นั้นต้องเริ่มจากการออมอย่างมีเป้าหมายเป็นสิ่งแรก

เทคนิคที่สอง จัดระเบียบรายรับรายจ่าย ทุกคนรู้ดีว่ารายรับรายจ่ายของตนเองนั้นเป็นอย่างไรในแต่ละเดือน แต่เคยหรือไม่ที่คุณจะจัดระเบียบให้เป็นรูปธรรม ด้วยวิธีการจดบันทึกรายรับและรายจ่ายของตนเองในแต่ละเดือน เหตุผลของการจดบันทึกก็เพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละเดือนคุณหมดเงินไปกับอะไรบ้าง และสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยหรือไม่ ก่อเกิดรายได้หรือไม่ หากตรวจสอบพบรายจ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล คุณก็จะสามารถกำจัดรายจ่ายนั้นออกไปได้ เพื่อที่จะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

เทคนิคที่สาม สร้างหนี้แต่พอดี แน่นอนว่าการสร้างครอบครัวในช่วงเริ่มต้น อาจจะต้องมีติดลบทางการเงินบ้าง เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ผ่อนรถ เหล่านี้ล้วนเป็นหนี้สินที่อยู่บนพื้นฐานความจำเป็น แต่ก็ต้องตรวจสอบตัวเองด้วยว่าพร้อมที่จะเป็นหนี้กับสิ่งที่กล่าวมาหรือไม่ เพราะหากรายได้ไม่ได้สอดคล้องกับภาระหนี้ที่ต้องจ่าย หนี้ที่สร้างอาจจะนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตได้ ดังนั้นการจะก่อหนี้ควรก่อเมื่อสภาพการเงินพร้อม

เทคนิคข้อที่สี่ ลงทุนแบบมีสติ เมื่อการสร้างครอบครัวเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เงินออมที่เก็บไว้เฉยๆ ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด สิ่งที่จะสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้มากขึ้นจึงหนีไม่พ้นการลงทุนด้วยเงินออม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกองทุนรวม หุ้น ธนบัตร หรือตราสารหนี้ เป็นต้น แต่การที่เราจะเลือกลงทุนในสิ่งใดเราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ อย่าตามกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหาข้อมูลในสิ่งที่เราจะลงทุน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนการลงทุนทุกครั้ง และสิ่งที่สำคัญของผู้ลงทุน เงินที่นำไปหมั่นลงทุนจะต้องเป็นเงินเย็น เงินที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเงินของคุณ หากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เงินด่วน

เทคนิคสุดท้ายซึ่งหลายๆ ท่านอาจมองข้ามไปคือ การซื้อประกันชีวิต นอกจากความมั่นคงทางการเงินดีแล้ว สุขภาพและความมั่นคงทางชีวิตก็ต้องดีควบคู่กันด้วย ดังนั้นเราควรเลือกซื้อประกันชีวิตไว้เพื่อความอุ่นใจ หากเกิดอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วย กรมธรรม์ที่เราซื้อก็จะสามารถคุ้มครองช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายได้ ทั้งนี้การเลือกซื้อประกันชีวิต ก็ควรเลือกที่เหมาะสมกับเราและสภาพการเงินของเรา เนื่องจากเบี้ยประกันของแต่ละกรมธรรม์จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ การเลือกจึงควรเลือกที่ตรงกับความต้องการของตนเอง และสามารถแบกรับภาระค่าเบี้ยประกันได้จนครบอายุของกรมธรรม์

จากเทคนิคที่กล่าวมาทั้งหมด น่าจะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังสร้างครอบครัว โดยการจะสร้างครอบครัวที่มีความสุขได้นั้นอาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินเป็นล้านเราก็สามารถมีครอบครัวที่มีความสุขได้ เพราะความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นจากความรัก ความอบอุ่น และจากที่กล่าวมาทั้งหมดในวันนี้ผมคิดว่าท่านผู้อ่านได้รับความรู้ เพื่อที่จะนำไปใช้สำหรับวางแผนการใช้ชีวิตครอบครัวมากพอสมควร เพื่ออิสระภาพทางการเงิน ความสุขและความสมดุลของชีวิตครับ

ความสำคัญของความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ปัจจุบันและอนาคต…

การจัดการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงิน การออมเงิน การจัดสรรแบ่งส่วนระหว่างรายได้และรายจ่าย การนำเงินนั้นไปลงทุนอย่างไรให้งอกเงย การบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนและการจัดการปัญหาหนี้สินของครัวเรือน ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการจัดสรรเวลาของตนเองให้กับการทำงาน ครอบครัว การสังสรรค์ หรือเพื่อสังคม ดังนั้น การมีความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยเกษียณ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธการเรียนรู้ในเรื่องนี้ได้อีกต่อไป การให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ได้ให้คำนิยามไว้ว่า ความรู้เรื่องทางการเงิน หมายถึง ความรู้และความเข้าใจแนวความคิดที่เกี่ยวกับการเงิน ความเสี่ยงทางการเงิน รวมถึงทักษะ แรงจูงใจ และความเชื่อมั่นที่จะใช้ความรู้และความเข้าใจเหล่านี้ในการตัดสินใจที่มีประสิทธิผล ในหลากหลายบริบททางการเงิน เพื่อปรับปรุงความอยู่ดีมีสุขทางการเงินของปัจเจกและสังคม และช่วยให้สามารถมีส่วนร่วมในชีวิตทางเศรษฐกิจ OECD ได้ริเริ่มโครงการให้ความรู้ทางการเงินในปี พ.ศ. 2546 โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาในเรื่องความรู้ทางการเงิน และในปี พ.ศ. 2551 OECD ได้เปิดตัว OECD International Network on Financial Education (INFE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของแต่ละประเทศ และหารือเกี่ยวกับ ทิศทางเชิงกลยุทธ์ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ นโยบาย รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุน การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 240 ประเทศ ซึ่งรวมถึง ธนาคารกลาง กระทรวงการคลัง และกระทรวงศึกษาธิการ ของแต่ละประเทศ

ปัจจุบันหลายๆ หน่วยงานของไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยเหลือประชาชนได้โดยตรง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ซึ่งมีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินมีความรู้และเข้าใจถึงสิทธิหน้าที่ของตน สามารถนำความรู้ไปใช้ในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินที่มีความเหมาะสมกับความต้องการ ในด้านตลาดทุนนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ให้ได้ให้ความสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ต่อผู้ลงทุนผ่านทางช่องทางต่าง ๆ หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดทุน (www.start-to-invest.com) การจัดทำรายชื่อ Investor Alert List เพื่อเตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังในการร่วมลงทุนกับบุคคลที่มาชักชวนให้ลงทุนเผยแพร่บนเว็บไซต์หลักของ ก.ล.ต. ส่วนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (Thailand Securities Institute: TSI) เมื่อปี พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความรู้ให้กับผู้ลงทุนให้มีความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนให้กับตนเอง โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้พื้นฐานทางการเงิน (Financial Literacy) และการส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุน (Investment Knowledge) เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนรูปแบบต่างๆ ทั้งการเรียนรู้หลักการลงทุนแต่ละประเภทตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งความรู้เชิงลึกเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

ดังนั้น การที่พวกเราๆ มีความรู้ทางการเงินมากเพียงพอโดยใช้ข้อมูลหรือสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็เป็นภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเองและคนในครอบครัวให้สามารถจัดการ ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระแก่ตนเอง อันนี้เป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนในแต่ละครอบครัว แต่อย่างไรก็ดี หากในอนาคตทุกๆครอบครัว มีความรู้ความเข้าใจในความรู้ทางการเงินอย่างเพียงพอก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม โดยรวมแก่ประเทศชาติดังนั้น การที่พวกเราๆ มีความรู้ทางการเงินมากเพียงพอโดยใช้ข้อมูลหรือสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็เป็นภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเองและคนในครอบครัวให้สามารถจัดการ ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระแก่ตนเอง อันนี้เป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนในแต่ละครอบครัว แต่อย่างไรก็ดี หากในอนาคตทุกๆครอบครัว มีความรู้ความเข้าใจในความรู้ทางการเงินอย่างเพียงพอก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม โดยรวมแก่ประเทศชาติ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *