การเงินธุรกิจ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเงินธุรกิจ(Introduction of Business Finance)

 

การเงินธุรกิจ ถือเป็นหนึ่งในสี่ของหน้าที่หลักที่สาคัญ ขององค์กรธุรกิจ อันได้แก่ การจัดการ การผลิต การตลาด และการเงิน โดยการเงินธุรกิจจะมีบทบาทและมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ในธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกิจการธนาคาร สถาบันการเงิน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคราชการ ซึ่งไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาลฯลฯ เนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันที่รุนแรง
มากขึ้น สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ขยายกว้างขึ้นทั้งภายในประเทศ รวมถึงการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ดังนั้นการสร้างความได้เปรียบในด้านต่างๆ ย่อมมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจทางธุรกิจ นอกจากนี้ ผู้บริหารจะต้องก้าวทันต่อเหตุการณ์ ตื่นตัวอยู่เสมอ ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และรอบคอบ โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลของธุรกิจที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ข้อมูลทางการเงิน เป็นหนึ่งในข้อมูลหลายชุด ที่จ าเป็นต่อการบริหาร การวางแผน และการตัดสินใจของผู้บริหาร ผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารการเงินของธุรกิจในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะและสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจของตน ประกอบกับความรู้ความสามารถในวิชาชีพทางการเงินของตนที่มีอยู่นำมาประยุกต์ใช้ด้วยกัน ตลอดจนสามารถนำเสนอข้อมูลทางการเงินที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ให้มากที่สุด

ในบทนี้ จะเป็นการกล่าวถึงเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการเงินธุรกิจ

เพื่อให้เข้าใจถึงการเงินธุรกิจโดยสังเขป โดยจะกล่าวถึง ขอบเขตของการเงินธุรกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารการเงินตลอดจนรูปแบบขององค์กรที่มีผลต่อการเงินธุรกิจ รวมถึงเรื่องทั่วๆ ไป เกี่ยวกับการเงินธุรกิจก่อนที่จะอธิบายในรายละเอียดการเงินธุรกิจเฉพาะเรื่อง ในบทต่อๆ ไปความสำคัญของการเงินธุรกิจเงินทุน นับได้ว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะลงทุนในธุรกิจ เงินได้เข้ามามีบทบาท นับแต่ การจดทะเบียนจัดตั้งกิจการ การเช่าหรือสร้างส านักงาน โรงงาน การซื้อเครื่องจักรเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า การซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าส าเร็จรูป การซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาเพื่อขายส าหรับกิจการซื้อมาขายไป การซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ส านักงาน เพื่อใช้ในการดำเนินงาน หลังจากที่เริ่มด าเนินกิจการด้านการขาย การลงทุนในลูกหนี้การค้ากรณีที่มีการขายเชื่อการถือเงินสดไว้เพื่อดำเนินงานปกติ ฯลฯ ล้วนเกี่ยวข้องกับเงินทุน แทบทั้งสิ้น การเงินธุรกิจจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม วิวัฒนาการทางด้านการเงินธุรกิจได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับลักษณะของการด าเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การแข่งขัน สภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ธุรกิจได้ประสบปัญหาทางการเงินใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา บทบาททางการเงินจึงได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ความรับผิดชอบของผู้จัดการทางการเงิน(Financial Manager’s Responsibilities)

ความรับผิดชอบหลักของผู้จัดการทางการเงิน คือ การจัดหาเงินทุน และจัดสรรเงินทุน มาใช้
ในธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ธุรกิจได้รับผลประโยชน์สูงสุด (To maximize the value of the firm)
โดยสามารถสรุปกิจกรรมหลักๆ ได้ดังนี้
1. การพยากรณ์และวางแผน(Forecasting and Planning) ผู้จัดการทางการเงิน ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนและพยากรณ์ ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจในการที่จะก าหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต เพื่อที่สามารถที่จะให้ค าแนะนำในด้านการเงินของแผนการนั้น เช่น การกำหนดขนาดของเงินทุน และขนาดของโครงการตลอดจนวางแผนเรื่องงบประมาณของโครงการนั้น เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า แผนการนั้นควรจะลงทุนหรือไม่ รวมถึงการจัดหาเงินทุนเพื่อมาใช้ในโครงการดังกล่าวได้ ตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อให้แผนการหรือโครงการนั้น สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง และด าเนินการไปได้ด้วยดี โดยไม่มีปัญหาในเรื่องการเงินตามมาภายหลัง
2. การตัดสินใจเรื่องการลงทุนและการจัดหาเงินทุน(Investment and Financing) หลังจากการดำเนินงานตามข้อ 1. เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ถ้าที่ประชุมเห็นสมควรให้ดำเนินการได้หน้าที่ต่อมาของผู้จัดการการเงิน ก็คือ การตัดสินใจเรื่องการลงทุนและการจัดหาแหล่งเงินทุนในการขยายโรงงาน ซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายก าลังการผลิต การลงทุนในสินค้าคงคลัง ฯลฯ ดังนั้น ผู้จัดการทาง
การเงิน จึงต้องมีบทบาทในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราการเจริญเติบโตของยอดขายที่เหมาะสม วิธีการลงทุน และการจัดหาเงินทุน เพื่อท าให้ธุรกิจได้รับประโยชน์สูงสุด

3. การประสานงานและการควบคุม(Coordinating and Controlling) ผู้จัดการทางการเงินควรจะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อควบคุมให้การด าเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งนี้ควรจะมีการประสานงานกับผู้บริหารอื่นอยู่เป็นระยะ เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าของแผนการและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ท าให้ผู้บริหารตระหนักว่า การตัดสินใจทางธุรกิจควรจะเป็นผลมาจากการตัดสินใจทางการเงินโดยคณะผู้บริหารทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม

เป้าหมายของธุรกิจ(Goal of the Firm)

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันนอกจากจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นแล้ว ยังมีความจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบต่อกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับธุรกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ลูกจ้างพนักงานของบริษัท ลูกค้า เจ้าหนี้ ชุมชนบริเวณที่ธุรกิจตั้งอยู่ รัฐบาล และสังคม ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบต่อกลุ่มเหล่านี้ อาจจะแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการหรือความคาดหวังของกลุ่มเหล่านี้ ที่มีต่อบริษัท เช่น ลูกจ้าง พนักงานของบริษัท ต้องการความปลอดภัย ความมั่นคงความเจริญก้าวหน้า ผลตอบแทน และสวัสดิการในการท างานที่ดี และยุติธรรม ในขณะที่ลูกค้า ต้องการสินค้าหรือบริษัทที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม เจ้าหนี้ต้องการให้ช าระหนี้ตรงต่อเวลา เจ้าของต้องการผลประโยชน์จากการลงทุนที่ดี และมูลค่าของธุรกิจเพิ่มขึ้น  รัฐบาล  ต้องการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เสียภาษีอากรให้ถูกต้อง และ สังคม ต้องการให้ดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นพิษภัยต่อสังคม ไม่
ก่อให้เกิดมลภาวะต่อชุมชนและสังคม เป็นต้น
จากการที่ธุรกิจ มีความจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อกลุ่มต่างๆ ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทาง หรือกำหนดทิศทางในการด าเนินธุรกิจ ในการบริหาร ตลอดจนควบคุมการบริหารให้เป็นไปอย่างมีระบบ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้แต่อย่างไรก็ตาม การกำหนดเป้าหมายของธุรกิจ จะต้องค านึงถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เป็นธรรมและพึงพอใจ ต่อทุกฝ่าย ในขณะเดียวกันก็ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจเองด้วย นั่นคือ ทำให้ธุรกิจได้รับกำไรสูงสุด(Profit Maximization) และท าให้เจ้าของได้รับความมั่นคั่งสูงสุด(Wealth Maximization)

กำไรสูงสุด และความมั่งคั่งสูงสุด (Profit Maximization and Wealth Maximization)

กำไรสูงสุด(Profit Maximization) เป็นเป้าหมายของธุรกิจที่คำนึงถึงกำไรรวมที่ธุรกิจสามารถหามาได้จ านวนสูงสุด โดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่เป้าหมายความมั่งคั่งสูงสุด(Wealth Maximization) เป็นเป้าหมายของธุรกิจที่ควรคำนึงถึงความมั่งคั่งของเจ้าของกิจการ สำหรับบริษัทจำกัด คือ ผู้ถือหุ้น โดยความมั่งคั่งของธุรกิจนี้ จะแสดงให้เห็นในรูปของกำไรต่อหุ้น(EPS : Earning per share) หมายถึงกำไรรวมที่ธุรกิจสามารถหามาได้ และนำมาเฉลี่ยให้กับเจ้าของตามจำนวนหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ โดยกำไรต่อหุ้นนี้ จะมีผลต่อราคาตลาดของหุ้นสามัญของกิจการ ดังนั้นเป้าหมายด้าน ความมั่งคั่งสูงสุด จะครอบคลุมมากกว่าเป้าหมายกำไรสูงสุดจากข้อเท็จจริง การมอบเป้าหมายด้านความมั่งคั่งสูงสุดจากก าไรต่อหุ้น ยังมีจุดอ่อนอยู่3 ประการคือ
1. ไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าของเงินตามกาลเวลา กล่าวคือ ไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนที่จะได้รับในอนาคต เนื่องจากไม่มีการระบุระยะเวลาของผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินธุรกิจในอนาคตเลย ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงมูลค่าของผลตอบแทนเท่านั้น เช่น โครงการ A มีเงินลงทุนทั้งโครงการจำนวน 100,000 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุนที่จะได้รับ ปีละ 50,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ย่อมแตกต่างกับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับจ านวน 150,000 บาท ที่รับ ณสิ้นปีที่ 3
2. ไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยง ความไม่แน่นอน ของผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตจากโครงการลงทุนนั้น เนื่องจากธุรกิจหรือโครงการลงทุนแต่ละแห่ง ย่อมมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยโครงการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ย่อมให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าโครงการที่มีความเสี่ยงต่ า เช่นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ย่อมให้ผลตอบแทนต่ ากว่าการลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทอื่น หรือสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ าประกัน เช่น บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยย่อมสูงกว่า สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ าประกัน เช่นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *